ถึงวันนี้คงแทบไม่มีใครไม่รู้จักเกรต้า ธันเบิร์ก สาวน้อยชาวสวีเดนอายุ 16 ขวบ ภายในช่วงเวลาเพียงปีเดียว เธอกลายเป็นผู้นำรณรงค์ผลักดันวาระโลกร้อนที่ทรงอิทธิพลที่สุด กลางเดือนนี้ปีที่แล้ว (กันยายน 2561) เธอเริ่มละห้องเรียน ออกมานั่งประท้วงนักการเมืองหน้าสภาสวีเดนอยู่คนเดียว คำพูดเรียบง่ายแต่เฉียบคมและตรงผ่าซากอย่างบริสุทธิ์ใจที่สุดของเธอเขย่าผู้คนออกจากมายาคติและความเฉื่อยชาต่อระดับวิกฤตและความเร่งด่วนของปัญหาโลกร้อน เธอจุดประกายให้เด็กนักเรียนทั่วโลกพากันโดดเรียนประท้วงกดดันรัฐบาล เพราะมันเป็นปัญหาที่คนรุ่นเธอต้องประสบหากคนรุ่นผู้ใหญ่ที่ก่อเหตุไม่ทำอะไรเพื่อบรรเทาสถานการณ์ จนโลกขนานนามเด็กรุ่นนี้ว่า “เจนเกรต้า” เธอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนักการเมืองและผู้มีอำนาจ หลายคนเริ่มฟังเธอและเชิญเธอไปพูดในงานประชุมระดับโลกต่างๆ รวมทั้ง World Economic Forum เมื่อเธอไปพูดในรัฐสภาอังกฤษ รัฐบาลอังกฤษก็สนองตอบทันทีโดยประกาศการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเป็นภาวะวิกฤต โพลสำรวจความคิดเห็นคนเยอรมันพบว่าพลเมืองหนึ่งในสามบอกว่าเกรต้าได้เปลี่ยนมุมมองพวกเขา นั่นคือ 30% มันเป็นสัดส่วนที่มากพอจะหันทิศทางการขับเคลื่อนของสังคม แต่ยิ่งมีคนฟังเธอมากเท่าไหร่ ปฏิกิริยาจากอีกขั้วก็ยิ่งแรงขึ้น เป็นเสียงสะท้อนความเกลียดชังและหมั่นไส้ ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ฟังมันทำไม บียอน ลอมบอร์ก เจ้าหน้าที่กรีนพีซเก่าที่ดังจากเขียนหนังสือกังขาต่อโลกร้อนเมื่อ 20 ปีก่อน เหยียดว่าเธอเป็นหุ่นเชิดของกลุ่มแอ็คติวิสต์สิ่งแวดล้อมหากินกับเด็ก แทนที่จะให้เธอพูดบนเวทีระดับโลก เขาบอกว่าเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่จะต้องตักเตือนพฤติกรรมอันมาจากความไร้เดียงสาของเธอ กระแสด่าเกรต้ารุนแรงมากยิ่งขึ้นเมื่อเธอรับคำเชิญจากทีมเรือแข่ง Malizia II ของอังกฤษ ให้นั่งเรือใบเร็วข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเพื่อเดินทางไปประชุมสหประชาชาติที่นิวยอร์ค คอลัมนิสต์หนังสือพิมพ์ขวาจัดในออสเตรเลียเรียกเธอว่าเป็นศาสดาโรคจิตแห่งกระบวนการโลกร้อน และเศรษฐีอังกฤษ อารอน แบงค์ส นักรณรงค์ Brexit ให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรป แช่งให้เธอเกิดอุบัติเหตุกลางท้องทะเล … Continue reading ทำไมคนเกลียดเกรต้า