ไอซ์แลนด์เป็นหมุดหมายการเดินทางที่ดูจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าแปลกใจ เพราะภูมิทัศน์มันตระการตาขนาดทำกล้องตกยังไงก็ถ่ายออกมาสวย นี่คือดินแดนแห่งน้ำตกสูงใหญ่ไหลตกลงมาจากผาตั้ง บางแห่งเป็นผาแท่งผลึกหินเรียงเป็นกำแพงสูงใหญ่ เป็นดินแดนแห่งชายหาดสีดำเมี่ยม มีก้อนน้ำแข็งแตกลอยมาเกยเหมือนก้อนเพชร เป็นดินแดนแห่งน้ำพุร้อนและธารน้ำแข็ง มีแอ่งน้ำร้อนสีฟ้าแปร๊ดให้แช่ อากาศหนาวเย็นให้ใส่เสื้อขลิบขนสัตว์ถ่ายเซลฟี่ลงไอจี และถ้าโชคดียังอาจได้เห็นแสงเหนือออโรร่า แค่ความอลังการของภูมิประเทศก็เพียงพอที่จะทำให้ตื่นตลึง เพราะบางทีมันก็เหมือนเป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แต่ถ้าเราเสริมจินตนาการเข้าไปอีกนิด ความตระหนักในปรากฎการณ์น่าอัศจรรย์ใจตรงหน้าจะยกระดับไปอีกหลายเลเวล มันเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่วันเดอร์แลนด์ ความน่าพิศวงยินดีของโลกใบนี้ ฉันเพิ่งกลับมาจากไอซ์แลนด์กับทัวร์เพื่อนจัดกลุ่มเล็กๆ 8 คน ตอนเพื่อนส่งโปรแกรมมาให้ดูฉันก็ขอเติมสถานที่แวะไปอีกที่หนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ฉันอยากเห็นมากที่สุด ดูแผนที่แล้วมันใกล้กับบลูลากูนที่นักท่องเที่ยวไทยและจีนชอบไปแช่สปาน้ำร้อน เลยเสนอว่าให้ส่งคนอื่นๆ ลงที่สปาในระหว่างที่ฉันยืมรถไปดูปรากฎการณ์ทางธรณีที่อยากดู พูดให้ชัดกว่านี้ก็ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่อยากสัมผัสมากที่สุดในไอซ์แลนด์ พลาดไม่ได้เลยทีเดียว สิ่งนั้นคือรอยแยกมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าดูแผนที่โลก เราจะเห็นรูปร่างโค้งเว้าของแผ่นดินอาฟริกา-ยุโรป สอดรับกับแผ่นดินทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้ เสมือนเป็นชิ้นจิ๊กซอว์ที่เคยต่อกัน และครั้งหนึ่งเมื่อ 180 ล้านปีก่อนมันก็เคยติดเป็นแผ่นดินเดียวกันจริงๆ ก่อนที่รอยร้าวใต้พิภพจะดันมันออกจากกัน ถ่างห่างไปเรื่อยๆ จนช่องแยกกลายเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าไปกูเกิ้ลหาดูแผนที่แผ่นดินใต้สมุทร จะเห็นรอยแยกนี้อยู่ตรงกลาง และทุกวันนี้มันยังคงถ่างออกจากกันไปเรื่อยๆ ในอัตราความเร็วประมาณปีละ 2 ซม. ลาวาใต้พิภพจะผุดขึ้นมาตรงแนวกลางร่อง ขอบรอยแยกจึงมีลักษณะพูนขึ้นเป็นสันก่อนจะถูกผลักแยกห่างออกไป กลายเป็นเทือกเขายาวก้นมหาสมุทร เรียกว่า Mid-Atlantic Ridge (หรือจะเรียกว่า Rift ที่แปลว่ารอยแยกแทนก็ได้) ความพิเศษของไอซ์แลนด์ก็คือมันเป็นที่เดียวในโลกที่รอยแยกกลางแอตแลนติกจะพาดผ่านขึ้นมาบนบก ที่จริงมันก็เกิดขึ้นมากับปรากฎการณ์รอยแยกนี้แหละ … Continue reading ไอซ์แลนด์แห่งจินตนาการ