กว่าบทความนี้จะออก นายเข็มทอง โมราษฎร์ หรือชายหน้าแป้นที่รู้จักกันดีในวงการสิ่งแวดล้อมรุ่น 20 ปีก่อนในนาม “จืด เด็กรักป่า” คงจะเดินเท้าประท้วงจากบ้านที่สุรินทร์ถึงศาลปกครองที่กรุงเทพ ในฐานะจำเลยที่ถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ฟ้องร้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องมีอยู่ว่ากองทุนได้ตัดสินใจให้ทุนเขาเป็นวงเงิน 2 ล้านบาทระหว่างปี 2560-2561 เพื่อผลิตภาพยนตร์เรื่อง “นกเงือกเทือกเขาบูโด” โดยทำสัญญาแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ แต่ในวันนี้เขาถูกทางกองทุนพัฒนาสื่อฯ กล่าวหาว่าไม่ส่งงานตามงวดและเรียกคืนเงิน 800,000 บาทที่เบิกจ่ายไปแล้ว ปัญหาได้เกิดขึ้นเมื่อการจ่ายงวดจากกองทุนฯ ล่าช้า จนจืดและผู้รับทุนอื่นๆ ประสบปัญหาในการทำงาน บางคนต้องสำรองจ่ายด้วยเงินส่วนตัวไปก่อน อีกหลายคนไม่มี จึงต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งในครั้งแรกที่กองทุนจ่ายช้า จืดก็กู้ยืมเงินเช่นกัน แต่พอเจอปัญหาเดิมในงวดถัดไป เขาก็ไม่อยากกู้ยืมอีกแล้ว จึงขอยกเลิกโครงการ ซึ่งในเบื้องต้นทางกองทุนฯ ก็ยินยอม ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจนเป็นคดีความจะมีรายละเอียดอย่างไร เราคงติดตามข่าวกันได้ แต่สิ่งที่อยากจะเขียนถึงคือเรื่องปัญหาบริหารจัดการกองทุนต่างๆ ของภาครัฐซึ่งควรจะสรุปบทเรียนได้ไปตั้งนานแล้ว ในฐานะคนทำงานองค์กรสาธารณประโยชน์มานานหลายสิบปี เคยพึ่งพาแหล่งทุนมาหลากหลายองค์กร ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทั้งเทศและไทย บอกได้เลยว่าปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมานานแล้วในกองทุนรัฐไทยหลายแห่ง สืบเนื่องมาจากกฎระเบียบกึ่งราชการในองค์กรอิสระ แต่มันไม่ใช่ปัญหาที่ผู้บริหารที่แคร์จะแก้ไม่ได้ ครั้งแรกที่ฉันขอรับทุนกองทุนของรัฐบาลไทยเมื่อ 20 ปีก่อน คือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) การพูดคุยแปลกเปลี่ยนความคิดและโครงการวิจัยที่เสนอไปเป็นไปด้วยดีจนถึงขั้นใกล้จะเซ็นสัญญา แต่ในระหว่างนั้นฉันก็ถามไถ่เม้ามอยกับโครงการอื่นๆ ที่เคยรับทุนเดียวกันนี้ไป และหลายโครงการมากประสบปัญหาเบิกเงินล่าช้าในแต่ละงวด … Continue reading กองทุนสาธารณะกับปัญหาการบริหารเงิน